๑
รักที่ไม่รู้ตัว
ผมมีความสุขสลับกับความกังวลใจมาหลายวันแล้ว มันเริ่มมาจากมือเล็กๆของเธอหยิกหมับเข้าที่เอวผม จำได้ลางๆว่าจับมันเข้าอย่างไม่ตั้งใจเพราะต้องการเอามือเธอออกจากพุง 1 2 3 วินาทีเธอก็ชักมือให้พ้นจากการเกาะกุม กระทั้งวันนี้ผมยังจำกระแสไฟฟ้าที่วิ่งว่อนไปทั่วร่าง มันเริ่มมาจากที่ไหน อย่างไร ผมไม่ทันตั้งตัว สองสามสัปดาห์ก่อนที่ผมจะรู้เนื้อรู้ตัวว่าหัวใจกลายเป็นลูกไก่ในมือเธอแล้ว ผมยังเล่าเรื่องผู้หญิงของผมให้เธอฟัง ผมยังคิดถึงคะนึงหาผู้หญิงอีกคนจนแทนทนไม่ได้ แต่วันนี้ ณ . เวลานี้ผมคิดถึงเธอจังเลยโว้ย ผมอยากเห็นหน้า เห็นและเห็น ทั้งที่ผมเพิ่งแยกจากเธอมาได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ผมอยากฟังเสียง อยากได้ยินเธอด่าเวลาถูกยั่ว อยากโดนทุบโดยหยิกโดนตี เธอทำอะไรอยู่จะโทรหาหมอนั่นไหม จะคิดถึงผมหรือไม่ จะคิดอย่างไรกับผม
คุณอาจกำลังคิดว่าผมบ้า ไอ้นี่มันเว่อร์ แต่ถ้าคุณเคยมีความรักอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว คุณจะรู้ว่ามันน่าระทมขมขื่นกับการรู้เนื้อรู้ตัวมากนัก เพราะการรู้เนื้อรู้ตัวมันสอนให้เราเรียนรู้ที่จะตั้งรับ แต่แม่คนที่ไม่ได้ตั้งใจและไม่คิดจะรักแต่ดันตกหลุมแม่เข้าอย่างจังนี่สิ มันดังแอ๊ก และเจ็บชะมัด ผมยังไม่พร้อมหรอกที่จะรักเธอ ผมยังไม่พร้อมที่จะเผยใจทั้งที่เผลอใจ ผมยังไม่พร้อมอีกหลายๆสิ่งหลายอย่าง แต่สัปดาห์หน้านี้แล้วผมต้องขับรถไปเป็นเพื่อนเธอสองต่อสอง
สองต่อสอง คุณคิดว่าเป็นโอกาสหรือ อาจจะใช่ แต่สำหรับผมมันเสมือนอวกาศที่เวิ้งว้างว่างเปล่าเสียมากกว่า บางทีผมอาจจะเพลิดตื่นอยู่กับแสงสีของกลุ่มดาวน้อยใหญ่ แต่ทว่าความโดดเดี่ยวเดียวดายมันจะเข้าครอบคลุมหัวใจเราแทนเมื่อพบว่าเราลอยคว้างอยู่คนเดียว และจะยิ่งสะท้านในทรวงเมื่อหันมาเห็นว่าแม่คนนั้นของเราให้เท้าเล็กๆงามๆบรรจงถีบส่งลงมาด้วย
ใช่ผมกลัว กลัวเธอจะไม่รัก กลัวเธอจะไม่อยากฟัง กลัวความสัมพันธ์ที่เฟื่องขนาดพูดคุยได้ทุกเรื่องของเราหายวับไปนับหนึ่งหรือโชคร้ายหน่อยก็กลับมานับศูนย์ ๐ ๐ ๐
บางทีเราคงต้องดูทีท่ากันไปก่อน แต่จะดูอย่างไรล่ะ ในเมื่อมันคิดจะบีบจะจับกันได้อย่างไม่แคลงใจ จะทำให้เธอหึงอย่างนั้นหรือ เธอไม่เคยหึง แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าเธอไม่รัก ให้ตายเถอะให้ตาย คุณเคยมีความรู้สึกเหมือนหลงรักแม่ตัวเองบ้างไหม ไม่ ม่าย
ผมไม่ได้วิปลาสคลาดเคลื่อนอย่างนั้น เพียงจะบอกว่ามันคล้ายอย่างนั้น ซึ่งคุณคงดูไม่ออกหรอกว่าไอ้ที่แม่ทำกับคุณนั้นน่ะ มันบริสุทธิ์ใจอย่างแม่ผู้หวงแหนลูกชายทำกับลูก หรือแบบคนรักเขาหึงเขาหวงกัน
เมื่อวานนี้เธอก็เอาอีกแล้ว ยื่นนิ้วเล็กๆเขี่ยเบาๆที่ปลอยผมของผม เมื่อเห็นว่าผมยินยอมพร้อมใจเธอก็กางอุ้มมือแล้วลูบไล้มันเบาๆ
ผมรู้สึกว่าร่างกายร้อนผ่าว ทว่าสะท้านที่ท้องน้อยจนต้องขดตัวเหมือนลูกหมาหน้าหนาว และราวกับว่าตัวเธอใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้นในขณะที่ผมหดเล็กกระจ้อยร่อยจนเธอสามารถช้อนร่างผมไว้ในอุ้มมือได้ทั้งตัว
ผมบอกเธอว่า
พี่เคยได้ยินคำพูดที่ว่า ถ้าเรารักใครตัวเราจะหดเล็กลงๆส่วนตัวเขาจะใหญ่ขึ้นๆ ถ้าเราถูกรัก ตัวเราก็จะใหญ่ขึ้นๆ ส่วนคนที่มาหลงรักเราจะเล็กลงๆ บ้างไหม
ไม่เคยได้ยิน แต่น่าคิดนะ ถูกรักตัวจะใหญ่ รักเขาตัวจะเล็ก ฮือ ... เคยรู้สึกอย่างนั้นไหม ? ล่ะ
เคย
เมื่อไหร่
ตอนนี้ ผมกำลังรู้สึกว่าตัวเล็กนิดเดียว .... และพี่ก็ตัวโตมโหราญ ผมอยากจะว่าอย่างนั้นแต่ของจริงได้แต่อ้อมแอ้มตอบออกไปว่า ก็รู้สึกว่าตัวเล็กลงๆ เวลาที่ไปรักใครเขา แต่ไม่รู้เขาจะรู้สึกว่าตัวใหญ่ขึ้นหรือเปล่านะ
เหรอ เธอตอบรับแบบคิดตาม ผมไม่รู้ว่าเธอจะเอะใจ ละเคะละคายอะไรบ้างหรือเปล่า แต่เธอยังคงกางอุ้มมือลูบไล้เส้นผมยาวๆ ของผมเบาๆ ก่อนจะหัวเราะคิกๆ คักๆ นี่แก๊ปจะมุดเข้าไปนอนใต้โต๊ะหรือยังไง ไม่ใช่ลูกหมานะ เธอยิ้มเย้า ผมหัวเราะฮึฮะตอบไปอย่างอายๆ
จริงๆแล้ว ความสัมพันธ์ของเราแปลกๆไม่มีรูปแบบชัดเจนและไม่คงเส้นคงวา
อย่างเมื่อเช้านี้เธองอนผม ไม่สิเรางอนกันและสันดานผมก็พาปากหมาๆมางอนง้อเธอ ซึ่งมันถูกตอบแทนด้วยท่าทีปั้นปึ่ง เชิด อย่างน่าถีบ เธอช่างไม่มีความเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ให้นับถือเสียเลย มันทำให้ผมรู้สึกครึ่งๆกลางๆระหว่างความเป็นพี่น้องร่วมสถาบันและความสัมพันธ์ในแบบอื่น ผมถามตัวเองอีกครั้งว่า จริงๆ แล้วผมรู้สึกอย่างไรกันแน่ ? คำตอบคือความว่างเปล่า ถ้าผมรักเธอผมคงไม่อยากถีบเธอ หรือถ้าผมไม่รักเธอ ผมคงหงุดหงิดหัวเสียและเปิดหนีไปที่อื่น แต่ผมยังยืนอยู่ที่เดิม ยืนทั้งๆที่คันแข้งคันขาจากที่จะหงุดๆ หงิดๆ มันก็ถูกแปลเป็นความหมั่นไสหมั่นตับไปตามเรื่องตามราว แม้บางครั้งเธอจะเป็นพี่ รับฟัง ให้คำปรึกษา หรือแม้แต่ช่วยนัดแนะจัดแจงเรื่องจีบสาว ซึ่งบางเรื่องเธอก็มีความคิดเห็นที่กว้างขวางไม่คับแคบจนอดนับถือไม่ได้ แต่บางครั้งเธอก็แสนดื้อรั้นเอาแต่ใจ ชอบทำแก้มตุ่ยหน้างอให้ผมต้องคอยตักเตือน จนผมอดหย่ามใจไม่ได้ว่า ข้านี่แหละที่จะดูแลเธอได้
สับสนเหลือเกิน แต่อย่างไรผมคงชอบเธอเข้าแล้ว แล้วเธอล่ะที่ทำๆ อยู่มันจะเรียกว่าความรักได้หรือเปล่า ?
ความรักหรือ .... นี่ก็เป็นอีกประเด็นที่ผมยังตีความไม่ออกบอกไม่ถูก ผมอาจจะให้ค่ามันมากแต่ดันมาเจอกับคนที่ให้ค่ามันน้อย พนันได้ว่าแค่เธอสะดุดล้มแล้วไอ้หนุ่มคนหนึ่งเข้ามาช่วยพยุง เมื่อตาสบประสานและทำให้หัวใจเธอเต้นถี่ เธอจะเรียกมันทันทีว่า ความรัก ส่วนผมจูบกับแฟนเก่าและหึงถึงขั้นตะปันหน้ากับไอ้หนุ่มคนใหม่ของหล่อนผมยังไม่กล้ายืนยันมั่นเหมาะได้เลยว่าผม รัก หล่อน
ความรัก รัก คุณว่ามันเหมือนกันไหมล่ะ สำหรับผมมันคืออาการเดียวกัน ต่างกันที่คำหนึ่งเป็นคำนามส่วนอีกคำเป็นกริยา แต่เธอยืนยันว่ามันไม่เหมือน
ความรักกับคำว่ารักมันไม่เหมือนกันหรอก รัก มันเป็นสัพเซ็ทของ ความรัก
รัก เป็นระดับทางอารมณ์ของคนที่มีความรักเท่านั้นเอง ซึ่งเราอาจจะแบ่งเป็น ชอบน้อย ชอบ ชอบมาก รักน้อย รัก รักมาก และหลงหัวปักหัวปำ ดังนั้นเวลาเราสนใจใครสักคน อยากได้เค้ามาครอบครอง ไอ้อาการดิ้นรนไขว่ขว้ามันก็เรียกว่าเราตกหลุมรัก เรากำลังมีความรัก ซึ่งความรู้สึกที่เรามีต่ออีกฝ่ายมันเพิ่งเริ่มจ่อๆที่ความรู้สึกชอบยังไม่ถึงขั้นรัก การมีความรักก็ไม่จำเป็นต้องรักเพียงแต่ชอบใครสักคนก็เรียกว่ามีความรักได้แล้ว ก็ถ้าไม่เรียกว่าอาการอย่างนั้นว่าความรักแล้วแก๊ปจะเรียกว่าอะไรล่ะ
ผมยังไม่ปักใจเชื่อในความคิดอ่านของเธอ แต่ไอ้ความรู้สึกประดามีที่ผมขอพูดอย่างคนปากแข็งว่า ความชอบ ที่ผมมีต่อเธอ มันทำให้ผมเออออห่อหมกกับเธอไปอย่างนั้น ฮือ ... คงงั้นมั้ง และนั่นมันจุดชนวนให้เราสองคนมานั่งเถียงกันอีกพักใหญ่
ไม่ได้นะทำอย่างนี้ไม่ได้
ไม่ได้ยังไง ผมก็เห็นด้วยแล้วไงว่ามันอาจจะจริงอย่างนั้นก็ได้
ไม่จำเป็นหรอก ถ้าแก๊ปไม่ได้คิดอย่างนั้นก็บอกว่าไม่ได้คิด คนเรามันคิดต่างกันได้
ผมก็คิดอย่างนั้น คนเราคิดต่างกันได้
แต่แก๊ปคิดอย่างพูดอย่าง ทำอย่างนี้มันพูดปัดๆ ส่งๆ แบบขอไปที แบบพวกที่ชอบหลบเลี่ยงการปะทะ
ใช่ แล้วมันไม่ดีเหรอ อะไรที่ผมยอมได้ก็ยอม เมื่อก่อนผม ..
ไม่ต้องยอม .. เธอแทรกขึ้นมากลางคัน
เดี๋ยวก่อนสิยังพูดไม่จบเลย แทรกอีกแล้ว
เออๆ ขอโทษ ว่าต่อสิ
ฟังให้จบก่อนค่อยเถียง
ฮือ .. ตกลง เธอว่าอย่างนักเลง
คือเมื่อก่อนผมเป็นพวกชอบเอาชนะ อะไรก็เถียงไว้ก่อน ตอนหลังมาคิดได้ว่า เออเราทำอย่างนั้นคนอื่นก็เบื่อก็ไม่ชอบ ตอนหลังถ้าผมยอมได้ก็ยอม จะได้ไม่ต้องมาเหนื่อยมานั่งเถียงกัน บางทีเรื่องไม่เป็นเรื่องด้วยซ้ำมาทำคนทะเลาะกัน สู้เรายอมไปเสียเลยจะดีกว่า
คิดอย่างนั้นคนอื่นก็หมาน่ะสิ อย่าคิดว่าคนอื่นจะใจแคบแล้วตัวเองใจกว้างอยู่คนเดียว
ผมไม่ได้คิด ..
อย่าเถียงฟังให้จบก่อนสิ
เออ โทษๆ ครับ
คิดอย่างแก๊ปมันก็ถูกนะ แต่มันถูกเพียงครึ่งเดียว บางคนอาจจะชอบที่จะชนะ แต่บางคนชอบที่จะให้คนอื่นฟัง เพียงแก๊ปฟังคนอื่นให้จบ ขอย้ำนะว่าให้จบ ฟังอย่างตั้งใจให้จบ ถ้าไม่เห็นด้วยก็บอกออกไปว่าไม่เห็นด้วย บางคนก็ใจกว้างพอที่จะยอมรับความเห็น แต่ไอ้การบอกปัดๆส่งๆไปว่าถูก คิดเหมือนกันทั้งๆ ที่ไม่ได้คิดมันเป็นการดูถูกอีกฝ่ายว่าใจแคบ ไม่ยอมรับความคิดเห็นที่แน่นอนว่าต้องมีแตกต่าง คนหกสิบล้านในประเทศนี้ยังไงก็ต้องมีที่คิดไม่เหมือนเรา คิดอย่างแก๊ปน่ะมันเหมือนพวกมองโลกในแง่ร้าย คิดคล้ายกับว่าฉันใจกว้างอยู่คนเดียว ความจริงแล้วมันเป็นความคิดของคนใจแคบที่ไม่พยายามเข้าใจคนอื่น
ผมไม่เคยคิดว่าคนอื่นใจแคบ แล้วตัวเองดีอยู่คนเดียว ผมชักฉุน
ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เธอลดเสียงแข็งๆลง แค่หมายถึง แก๊ปไม่ต้องทำดีนักหรอกนะ แบ่งคนอื่นทำบ้างเถอะ
ผมไม่ได้คิดอะไรอย่างนั้น ผมเองก็เริ่มลดเสียงลง
แก๊ปไม่รู้ตัวหรอกว่า บางครั้งก็ดีเกินไป ระวังความดีจะกลับมาทำร้ายตัวเองนะจะบอกให้
ถ้าทำดีต้องเป็นอย่างนั้นผมก็ยอม
โธ่ แก๊ปไม่เข้าใจอะไรหรอก มันไม่ใช่เรื่องนี้นะ มันหลายๆเรื่อง แต่เอาเถอะอีกไม่นานจะรู้
รู้อะไรเหรอ
เอาเถอะน่าไม่นานหรอก พี่รู้นิสัยตัวเองดี พูดอย่างนี้ออกไปแสดงว่าอีกไม่เกินสองอาทิยต์ได้บอกออกไปแน่ๆว่าเรื่องอะไร พี่เก็บความลับไม่อยู่หรอก บางทีอาจไม่นานนี้ก็ได้ เธอพูดทิ้งไว้เป็นปริศนา จะว่าอยากรู้ก็ไม่เชิงนักเพราะจะมีเรื่องอะไรหนักหนาสะกันกว่าไอ้หัวใจดื้อด้านของผมคงไม่มี โธ่อีกไม่กี่วันแล้ว ผมควรจะดีใจ หวั่นใจ หรือทั้งสองอย่างดีล่ะนี่ ????
|